โครงการ: เทศกาลศิลปะขอนแก่นแม่นอีหลี: เหลื่อม มาบ มาบ* #1
Project: KHONKAEN MANIFESTO: FLASHY FLASHES #1
ศิลปะชุมชน ผู้คนมีส่วนร่วม
Community art, Participatory perspective

หลักการและเหตุผล

                       ศิลปะไม่ใช่เรื่องเร้นลับ เลอเลิศจากสภาวะจิตใจภายในของศิลปินแต่ประการใด และไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กล่าวอ้างให้สูงส่งเลอค่าหาไม่ได้ หรือเชิดชูจนกลายเป็นสิ่งกราบไหว้บูชา แต่ทว่าศิลปะได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือกลไกในการรับใช้เพื่อการปกครองมาโดยตลอด จนถึงปัจจุบันที่ศิลปะได้กลายเป็นสินค้าราคาแพงภายใต้กลไกของระบบทุน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ก็คือ ศิลปะเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของมนุษย์เพื่อแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด ความเชื่อ ที่มีความสัมพันธ์กับบริบททางสังคม ชุมชน การเมือง วัฒนธรรม ศิลปะเป็นผลสะท้อนและปฏิบัติการที่เกิดจากการกระทำ(fact) ของผู้คนในสังคม เพื่อผลิตสร้างปัจจัยในการดำรงชีวิต ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม อาหาร เครื่องประดับตกแต่ง เครื่องใช้ไม้สอยวิถีปฏิบัติ ความเชื่อในภาวะแวดล้อมต่างๆ ซึ่งเป็นปฏิบัติการเชิงสังคมของมนุษย์ที่มีต่อชุมชนของตน อันก่อให้เกิดความหลากหลายในการแสดงออกตามหน่อเนื้อ เทือกเขาหล่อกอ ชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มก้อนที่กระจัดกระจายตามภูมิพื้นที่ต่างๆ
                      ทิศตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน นามที่ถูกเรียกจากใจกลางมหานครนั้นมีประวัติศาสตร์ในมิติต่างๆมายาวนานก่อนที่จะผนวกรวมเป็นรัฐสมัยใหม่ เพื่อให้เกิดนิยามตามรัฐ-ชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความแตกต่างหลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต ชาติพันธุ์ จากการขยายตัวของกระแสโลกาภิวัติน์และการเข้ามาสร้างความเจริญสอดรับกับสภาวะสมัยใหม่พร้อมกับการควบคุมรวบอํานาจศิลปวัฒนธรรมผ่านการปกครองรวมศูนย์จากส่วนกลาง ทําให้ชาวทิศอีสานที่สํานึกในตัวตน ได้ต่อสู้กับความอยุติธรรมต่างๆ เพื่อให้ได้ซึ่งสิทธิ ผลประโยชน์ทางการเมือง สังคม โดยเฉพาะด้านสิทธิการแสดงออกทางศิลปวัฒนธรรม การพัฒนาที่เน้นความทันสมัยและความเป็นศูนย์กลางเป็นหลัก ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คน ความเป็นอยู่ รวมถึงชุมชนในมิติต่างๆถูกกดทับ จัดช่วงชั้น และลดทอนคุณค่าขนบธรรมเนียมและวิถีชุมชนจนทําให้ผู้คน ในท้องถิ่นไม่สามารถแสดงออกถึงอัตลักษณ์และนิยามตัวตนอย่างภาคภูมิใจ กลายเป็นความเหลื่อมซ้อน แยกย่อย กระจัดกระจายภายใต้การบีบบ่มของกาลเวลา การบ่มเพาะวิถีศิลปวัฒนธรรมชุมชนย่อยหรือที่มักเรียกว่า วัฒนธรรมย่อย (Sub-Culture)  นั้นเกิดจากการที่พลังของชุมชนหรือกลุ่มต่างๆที่ดํารงอยู่ในสังคมที่หลากหลายได้ร่วมกันผลิตแต่ไม่มีโอกาสได้นําเสนอเรื่องราว สาระของกลุ่มตนเอง ผ่านการสื่อสารทางศิลปวัฒนธรรม ซึ่งแสดงออกมาในรูปลักษณ์ของ ศิลปะ ดนตรี ละคร การละเล่นของท้องถิ่น เป็นต้น วิถีการแสดงออกทางวัฒนธรรม (ย่อย) ของผู้คนจํานวน มหาศาลของประเทศ ที่แสดงออกผ่านบนเพลง กลอน ผญา ดนตรี ละคร  ทัศนศิลป์หรือสื่อศิลปะอื่นๆ ที่สะท้อนบริบท เรื่องราวของตนผ่านรูปแบบที่ไม่เคยได้รับรู้หรือยินยลมาก่อน เพราะไม่ถูกนับว่าเป็น ศิลปะวัฒนธรรมในกระแสของการบริโภค
                      การไม่หยุดนิ่งเป็นสิ่งร่วมสมัย ในขณะที่วิถีศิลปะ วัฒนธรรมหลักของรัฐกลายเป็นกระแสบริโภคหลัก แต่ผลผลิตของกลุ่มชุมชนที่ถูกกดทับในฐานะวัฒนธรรมย่อยได้ผลิตสร้างศิลปะ วัฒนธรรมลักษณะเฉพาะของกลุ่มชุมชนขึ้นมา เพื่อปฏิเสธการครอบงําจากสายศิลปะ วัฒนธรรมกระแสหลัก และเป็นการสร้างสภาวะร่วมสมัยให้กับวิถีวัฒนธรรมในสังคม ซึ่งจะเรียกว่า สังคมวิทยาการผลิตวัฒนธรรม ก็คงไม่ผิดนัก ด้วยเหตุที่มิติทางสังคมนั้นเราไม่อาจมองด้วยการผลิตวัฒนธรรมจากกระแสหลักเพียงอย่างเดียว แต่ภายใต้ซอกหลืบของสังคมอันไพศาลนั้น มีพลังการผลิตทางศิลปะ วัฒนธรรมจ านวนมหาศาลที่เรา ยังมองไม่เห็นรูป/ภาพ และได้ยินเสียงการขับกล่อมบรรเลงขับขาน ดนตรี กวีของพวกเขา/เธอเหล่านั้น
                      เทศกาลศิลปะขอนแก่นแม่นอีหลี:  เหลื่อม มาบ มาบ #1  (KHONKAEN  MANIFESTO : FLASHY FLASHES #1) มีจุดมุ่งหมายและเจตจํานงที่จะเปิดพื้นที่การแสดงออกทางศิลปะแขนงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ เชื่อมโยงกับชุมชน ในบริบทของศิลปวัฒนธรรมย่อย (sub  art  &  culture) ของผู้คนที่ถูกผลักดันออกไปจากกระแสหลักของการพัฒนา เพื่อให้เห็นถึงภูมิทัศน์ทางสังคม ศิลปะ วัฒนธรรม ที่ศิลปินได้แสดงออกในฐานะภาพแทนของผู้คนเหล่านั้น อีกทั้งผู้คนในชุมชนต่างๆ สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงออกในสิทธิทางศิลปวัฒนธรรม อย่างเปิดเผยชัดเจนในฐานะปฏิบัติการเชิงศิลปะ (Artistic  Practics)ในรูปแบบกระบวนการต่างๆทางศิลปะ
                      เทศกาลศิลปะขอนแก่นแม่นอีหลี:  เหลื่อม มาบ มาบ #1 (KHONKAEN  MANIFESTO : FLASHY  FLASHES  #1) จึงเป็นกลไกในการสร้างกระบวนการเชิงปฏิบัติการทางศิลปะร่วมกับชุมชนสังคม เพื่อให้เกิดการสนทนา แลกเปลี่ยน สื่อสาร ตั้งคําถาม ต่อรอง กับผู้ชมหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในสังคมอันเป็นการกระตุ้นให้เกิดความตระหนักในสํานึกแห่งความเป็นมนุษย์ในสังคมที่กําลังขับเคี่ยวกับการพัฒนาโดยผ่านการสร้างสรรค์ศิลปะ
                      เทศกาลขอนแก่นแม่นอีหลี:  เหลื่อม มาบ มาบ #1 (KHONKAEN  MANIFESTO : FLASHYFLASHES #1) จักเป็นพลวัตในการสร้างมิติใหม่ให้กับวงการเคลื่อนไหวศิลปะ วัฒนธรรมในระดับชุมชนเพื่อให้เกิดความหลากหลายทางการรับรู้และรสนิยมในการเลือกสรร อันเป็นการเชื่อมโยงอารมณ์ ความรู้สึกของผู้คนให้เกาะเกี่ยวสัมพันธ์ภายใต้การขับเคลื่อนของการแสดงออกทางศิลปะ วัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อเปิดพื้นที่ปฏิบัติการศิลปะชุมชนและการมีส่วนร่วม
  2. เพื่อเปิดพื้นที่ทางศิลปะให้ศิลปินและชุมชนได้นําเสนอแนวคิดการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เชื่อมโยงกับประเด็นทางสังคม วัฒนธรรมและพื้นที่
  3. เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยหลากหลายรูปแบบ ที่เชื่อมโยง สัมพันธ์กับชุมชน สังคมในระดับต่างๆ
  4. เพื่อเผยแพร่ผลงานศิลปะร่วมสมัยต่อสาธารณะชนในระดับต่างๆ

 

กิจกรรม

  1. นิทรรศการศิลปะ
  2. เสวนาศิลปะ
  3. การแสดงดนตรี/หมอลําพื้นบ้าน
  4. กิจกรรมศิลปะกับชุมชน

 

กลุ่มเป้าหมาย / ผู้ชม

              สาธารณชน คนทั่วไป

 

ผลงานศิลปะ

  1. Painting ,  2. Sculpture ,  3.Printmaking ,  4.Mixed  Media ,  5.Installation  Art ,  6.Performance  Art , 7. New  Media ,  8.Assemblage ,  9.Shot  Film , 10.Photographer ,  11.Poem ,  12.Public  Art ,  13.Graffiti/Street Art, etc.

 

สถานที่

                ภายในเมืองขอนแก่น เช่น โกดัง อาคารร้าง ตึกเสื่อมโทรม พื้นที่ชุมชนต่างๆ (รายละเอียดจะประกาศให้ทราบ)

 

พื้นที่แสดงงาน

  1. อาคาร GF
  2. YMD Art Space
  3. HUAK Society
  4. พื้นที่ต่างๆในตัวเมืองขอนแก่น (รายละเอียดจะประกาศให้ทราบ)

 

ระยะเวลาการแสดงนิทรรศการ

               ตั้งแต่วันที่ 6 – 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561

 

แผนการดําเนินงาน

แผนงาน มกราคม – สิงหาคม พ.ศ. 2561

สร้างสรรค์ สิงหาคม – กันยายน พ.ศ. 2561

ติดตั้ง 22 กันยายน – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561

นิทรรศการ 6 – 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561

จัดเก็บ 27 – 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561

งบประมาณ

การสนับสนุนจากกลุ่มและองค์กรณ์ทางศิลปะ

ผู้สนับสนุน

Maiiam Contemporary Art Museum

The Jim Thompson Art Center

Gallery VER

Bangkok Biennial 2018

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. ทําให้ผู้สนใจและประชาชนได้มีส่วนร่วมในปฏิบัติการศิลปะ รับรู้และตระหนักถึงบริบทที่ได้รับรู้ จากผลงานศิลปะ
  1. สร้างความเคลื่อนไหวทางศิลปะ เชื่อมโยงกับกระแสของชุมชนในสังคมในระดับภาคและภูมิภาคอุษาคเนย์
  1. เกิดการขยายตัวของกลุ่มศิลปินที่มีความคิดร่วมกัน สร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยเชื่อมโยงกับ ประเด็นปัญหาในพื้นที่ต่างๆอย่างมีพลวัต

 

การประเมินผล

  1. การประเมินผลจากการสังเกต การสัมภาษณ์และการแสดงความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมและการรับรู้

ในงานเทศกาลศิลปะ

  1. การประเมินผลจากข้อมูลจากสื่อแขนงต่างๆ ที่สะท้อนข้อคิดเห็น
  2. การวิพากษ์ วิจารณ์ ความคิดเห็นจากประชาชนต่อการรับรู้ถึงปฏิบัติการทางศิลปะ

 

ผู้เข้าร่วมโครงการ

  1. ศิลปินที่มีภูมิลําเนาอยู่ในภาคอีสาน
  2. ศิลปินรับเชิญ
  3. กลุ่มศิลปินอิสระ
  4. กลุ่มชุมชนเมืองขอนแก่น

 

ผู้เสนอโครงการ

อาจารย์ถนอม ชาภักดี ผู้ประสานงานโครงการขอนแก่นแม่นอีหลี: เหลื่อม มาบ มาบ

อาจารย์นิพนธ์ ขันแก้ว ผู้ประสานงานโครงการขอนแก่นแม่นอีหลี: เหลื่อม มาบ มาบ

ร่วมกับ HUAK Society, YMD Art Space, Art & Culture Khonkaen Workers (ACKW.),Esaan Nord Süd (ENS.)

หมายเหตุ *คําว่า “เหลี่ยม มาบ มาบ หรือ เหลื่อม มาบ มาบ” (Flashy Flashes) ให้ความรู้สึกถึงการเปล่งแสง

สว่างจ้า แสงที่ส่องเป็นจังหวะ แสงที่ส่องให้เห็นแต่ไกล ซึ่งคําว่าเหลี่ยมเป็นสําเนียงคําเว้าของแดนอีสาน

เหนือ ส่วนเหลื่อมเป็นสําเนียงคําเว้าทางอีสานใต้ อันหมายถึง

  1. ผลงานศิลปะของผู้สร้างสรรค์ที่ได้ส่งสื่อ ส่งเสียง นําเสนอ แสดงออกหรือป่าวประกาศถึง

เรื่องราวชีวิต การต่อสู้และปัญหาของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากอํานาจการพัฒนาในบริบทต่างๆของสังคม

เช่น คนไร้บ้าน คนผลัดถิ่น

  1. พลังของกลุ่มชุมชนคนไร้สิทธิทางศิลปวัฒนธรรม ได้แสดงออกผ่านผลงานศิลปะที่เกิดขึ้นจาก

การมีส่วนร่วมของผู้คนในสังคมนั้นๆ อันเป็นปรากฏการณ์ของการผุดพรายของชุมชน